วิธีการวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยโรคออทิสติก

ปัจจุบันอัตราออทิสติกดูเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ในบรรดาเด็กที่มีอายุ 8 ปี มักจะมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นออทิสติกเกือบสองเท่าจาก 1 ใน 150 คน (สำหรับเด็กที่เกิดในปี 1992) ถึง 1 ใน 68 สำหรับเด็กที่เกิดในปี พ.ศ. 2545 ผู้ป่วยจะมีอาการที่เรียกว่า กลุ่มอาการออทิสติก (autism spectrum disorders) หรือที่เรียกโดยย่อว่า “ASDs” เป็นความเกี่ยวข้องกับการสื่อสารด้วยวาจาล่าช้า มีความยากลำบากในการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การศึกษาอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิดชี้ให้เห็นว่าเด็กออทิสติกมักจะมีปัญหาที่เกี่ยวของกับระบบสมองด้วย ซึ่งมีมากถึง 20-30% ที่เด็กจะเป็นโรคลมชัก

ออทิสติกเกิดขึ้นได้อย่างไร

สาเหตุที่แท้จริงของออทิสติกยังไม่ชัดเจน และบางทฤษฎีได้ก่อให้เกิดการโต้เถียงเช่น การฉีดวัคซีน หรือตัวแปรทางอาหารเช่นกลูเตนที่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนเชื่อมโยงทางพันธุกรรมที่เป็นไปได้ นอกจากนี้ยังอาจถ่ายทอดได้ในครอบครัว หากมีแฝดเหมือนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกทำให้อีกคนมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นด้วยเช่นกัน เรารู้ด้วยว่าเด็กที่เกิดก่อนกำหนดมีโอกาสเป็นออทิสติกมาก ส่วนเด็กที่มีพ่อเป็นผู้สูงอายุก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ในขณะที่สาเหตุทางพันธุกรรมของออทิสติกยังคงถูกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง การศึกษาอื่นก็ชี้ให้เห็นว่าการการปนเปื้อนภายในมดลูกอาจเพิ่มความเสี่ยงด้วย ในบางงานวิจัยพบว่าบางประเทศมีความเสี่ยงสูงกว่าเพื่อนที่เด็กจะผิดปกติ ทำให้เหล่าหมอรวมถึงผู้ปกครองต่างคิดว่ามันมีปัจจัยเสี่ยงมากกว่าที่พวกเขาคิดโดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองผู้ปกครอง การค้นพบความจริงเหล่านี้ไม่ได้ช่วยอธิบายถึงสาเหตุที่มันเกิดขึ้นเลย นักวิทยาศาสตร์บางคนถึงกับแนะนำว่ามันอาจเกิดขึ้นจากสารพิษในสิ่งแวดล้อม

อาการสำหรับการวินิจฉัยออทิสติก

เด็กส่วนใหญ่จะแสดงอาการในช่วงสองปีแรกของชีวิต การวินิจฉัยในระยะแรกจะช่วยให้ได้รับการรักษาตามพฤติกรรมได้อย่างมีอย่างทันท่วงที หากคุณเป็นห่วงลูกของคุณจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อให้ตรวจสอบอย่างละเอียดรวมถึงหาทางรักษาที่ถูกต้อง เราสามารถดูอาการเบื้องต้นได้ตัวเองเช่น

1.ไม่มีการพูดพล่ามหรือชี้นิ้วเมื่ออายุ 1 ปี

2.ไม่พูดเลยเป็นเวลา 16 เดือน หรือ พูดเพียงคำสองคำเมื่ออายุ 2 ปี

3.ไม่มีการตอบสนองต่อชื่อตนเอง

4.มีปัญหาทางด้านการสบตากับผู้คน

5.เรียงของเล่นเป็นระเบียบมากเกินไป

6.ไม่มีการแสดงอารมณ์

เมื่อเด็กมีอาการเหล่านี้สิ่งก็อาจยังไม่สามารถชี้ชัดได้ จนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยขั้นสุดท้ายที่ทำโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติทั้งหลายสาขา นักประสาทวิทยา นักจิตวิทยาจิตแพทย์ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่อาการที่สามารถรักษาได้หายขายแต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เด็กสามารถเข้าสังคมได้ดีกว่าเดิม